5 เทคนิค เดินทางไกล ขับขี่รถเช่นไรให้ไม่มีอันตรายตลอดทาง

ความเป็นจริงแล้วพวกเราคงจะมาบอกประเด็นนี้ก่อนตอนเดินทางวันสงกรานต์ หากแม้พวกเราจะทราบว่า หลายท่านบางทีก็อาจจะพลาดที่มิได้ เนื้อหานี้ แม้กระนั้นถือไว้ว่าเก็บไว้ใช้ในหนต่อไปสำหรับเพื่อการเดินทาง ที่พวกเราก็ขอให้ทุกคนไปๆมาๆโดยสวัสดิภาพ แล้วกลับมาอ่านพวกเรากันจำนวนมาก

การขับรถยนต์ระยะไกล เกิดเรื่องที่ยากจะเลี่ยง เนื่องจากว่าวัตถุประสงค์สำหรับเพื่อการซื้อรถยนต์ก็ด้วยเหตุผลนี้อยู่แล้ว ควรจะมีบ้าง กับการขับรถยนต์ ท่องเที่ยว หรือขับขี่รถไปทำธุระบ้านนอก ซึ่งก็มีหลายเรื่องที่จะจำต้องทราบ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสำหรับเพื่อการขับรถ

1. การใช้ความเร็วให้สโมสรกับรถยนต์คันอื่น

การใช้ความเร็วขณะที่กำลังขับขี่มีความหมาย แต่ละเลนจะใช้ความเร็วแตกต่างกัน เลนซ้ายรถบรรทุกขับฃ้า เลนกึ่งกลาง แล้วก็ขวาสุดจะ ใช้ความเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ ตัวเราเองขับขี่รถเร็วหรือช้า ก็จำต้องเลือกเลนให้สมควร ต้องการจะขับรถชมวิว ชับช้าๆแต่ว่าไปอยู่เลนขวาสุดก็มี จังหวะเกิดอุบัติเหตุ การขับรถยนต์ระยะไกลนั้นแม้เกิดอุบัติเหตุจะเกิดเรื่องใหญ่ แม้ท่องเที่ยวข้างจังหวัด รถยนต์เสียไม่อาจจะขับได้ ก็ จะก่อเรื่องสำหรับในการเดินทาง โดยเหตุนั้นก็เลยจำเป็นต้องเอาใจใส่กับหัวข้อนี้ ใช้ความเร็วให้สโมสรกับคันอื่น ซึ่งเรื่องอย่างงี้ก็ล้วนมีสาเหตุจาก ประสบการณ์สำหรับการขับขี่รถ จำต้องสร้างประสบการณ์ด้วยตัวเอง หาช่องทางขับรถเป็นระยะทางที่ไกลๆเป็นประจำ

2. เติมน้ำมันระวังได้แต่ว่าลม

การเดินทางไกล กรณีแวะเติมน้ำมัน แม้ไม่มั่นใจอย่าปิดเครื่องยนต์ เนื่องจากการเติมน้ำมันของบางปั๊ม หัวจ่ายน้ำมัน จ่ายแต่ว่า ลม ไม่มีน้ำมันออกมาแม้กระนั้นจำนวนวิ่งตามธรรมดา ถ้าเกิดเปิดเครื่องเอาไว้ ก็จะมองเห็นได้อย่างเห็นได้ชัดว่า เข็มน้ำมันมีการขยับขึ้น ซึ่งแม้พบว่า เข็มน้ำมันไม่ขยับ ก็รีบออกมาสำรวจ คนเขียนเคยพบกับตนเองมา 2 ครั้ง ซึ่งแทบทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิต ด้วยเหตุว่าเติมน้ำมันและ ขับขี่รถขึ้นไปบน น้ำมันหมดบนเขา แต่ว่าหากว่าน้ำมันหมดขณะกำลังขับขึ้นไปบน น่าจะก่อปัญหาจำนวนมาก ด้วยเหตุนั้นถ้าเพิ่มเติม น้ำมัน เสร็จแล้ว ก็จำเป็นต้องรีบสำรวจเข็มน้ำมัน ถ้ามีปัญหาจะต้องคุยกันเดียวนั้น

3. จัดการกรณีการจราจรแน่น

การเดินทางในตอนการจราจรพลุกพล่านบางทีอาจจะเป็นสิ่งที่ยากจะเลี่ยง แต่ว่าก็จะต้องเตรียมรับมือ คอยให้ถนนหนทางเตียนโล่ง ไม่ต้องไปติดบน ถนนหนทางร่วมกับบุคคลอื่น ซึ่งก็ควรจะจัดเตรียมเก้าอี้ เสื่อ ร่ม น้ำ เพื่อสามารถหยุดพักข้างถนน ปั๊ม ห้องอาหาร พักชั่วครั้งคราวได้ ระหว่าง คอยให้ถนนหนทางเตียน คนเขียนเคยใช้รถตู้ ก็เลยไม่ทุกข์ยากลำบากถ้าหากพบกับรถติด หยุดคอยได้ ในรถยนต์เสมือนชูห้องรับแขกมาไว้ด้านใน

4. ไม่เป็นอันตรายไว้ก่อน ขับขี่รถไม่ประมาท

เมื่อต้องเดินทางไกล สำหรับมือใหม่กำลังฝึกขับ ควรจะฝึกหัดประพฤติตัวในเรื่องความปลอดภัยให้กำเนิดเป็นความคุ้นชิน อย่างมือ ใหม่พึ่งขับขี่รถเป็น ชอบกำเนิดความคะนอง คิดว่าตัวเองดี ตนเองแจ๋ว ก็เลยได้โอกาสเกิดอุบัติเหตุ นักเขียนเองก็เคยเป็นอย่างนั้น ขับ รถยนต์ได้ 5 วันแรกในชีวิต ก็เริ่มขับในกรุงเทวดา ในขณะที่ไร้ใบขับรถ ภายในช่วงระยะเวลาเดือนเดียว จังหวัดรอบกรุงเทวดาก็ไปหมดทุกแห่งแล้ว ยุค นั้นยังไม่ห้ามเรื่องดื่มเหล้า ตอนที่กำลังขับรถยนต์ ก็เลยขับไป รวมกลุ่มกันไป สนุก นึกย้อนกลับไปแล้ว มันช่างน่าขนลุกจริงๆแม้กระนั้นก็โชคดีที่ไม่ เคยชนคนไหนกัน

5. ลมยางอ่อน ยางระเบิดได้

การเดินทางไกล การเติมลมยางต้องมากยิ่งกว่าธรรมดาบางส่วน ถ้าเกิดลมยางอ่อน ยางได้โอกาสระเบิดได้ เพราะเหตุว่าอากาศในยางจะ ขยายตัวได้มากกว่า ธรรมดาข้างประตูฝั่งผู้ขับจะมีสติ๊กเกอร์บอกไว้ว่าจึงควรเพิ่มลมยางหน้าข้างหลังมากมายเท่าไร ดังเช่น หน้า 28 ข้างหลัง 32 ก็บางครั้งอาจจะเพิ่มไว้มากยิ่งกว่านั้นอาทิเช่น หน้า 32 ข้างหลัง 35 กรณีมีผู้โดยสารเต็มคัน
แม้กระนั้นดังนี้ก็จะต้องมองว่าใช้ความเร็วมากมายน้อยเท่าใด ขับขี่รถเร็วการเติมลมยางแข็งมากมาย จะเบรคไม่ค่อยดี ระยะเบรคไกลมากขึ้น เมื่อ เทียบกับลมยางที่อ่อนกว่า นอกเหนือจากนั้นวัสดุซ่อมแซมแล้วก็เปลี่ยนแปลงยางสำรองก็จำต้องพร้อมด้วยเหมือนกัน คนเขียนเคยมีประสบการณ์โชค ร้ายยางระเบิด 2 รอบ ทั้งยังยางธรรมดารวมทั้งยางสำรอง ซึ่งทำให้เกิดปัญหาพอควร

การขับรถยนต์ระยะไกลเป็นประสบการณ์ที่จะจำเป็นต้องฝึกซ้อมด้วยตัวเอง ซึ่งเมื่อมีรถยนต์ก็ยากจะหลบหลีก บางครั้งอาจจะจะต้องขับกลับไปอยู่ที่บ้าน ไป ท่องเที่ยว หรือเดินทางไปทำธุระในชนบท เพราะฉะนั้นก็เลยจำเป็นต้องเรียนรู้วิชาความรู้เบื้องต้น ในหลายๆด้าน ให้มีประสบการณ์ เพื่อกำเนิด ความปลอดภัยกับตนเองรวมทั้งผู้ใช้ถนนด้วยกัน

ในการขับรถเป็นระยะทางที่ไกลๆนั้น นับว่าเป็นอีกหนึ่งการเดินทางที่ค่อนข้างจะมีการเสี่ยงสูง แต่ว่าถ้ารู้จักการตระเตรียมก่อนจะมีการเดินทางนั้น ก็จะสามารถลดการเสี่ยงลงได้ แต่ การขับขี่ที่ปลอดภัยที่สุด ก็หนีไม่พ้นการมีสติสัมปชัญญะอยู่เสมอเวลา เพราะเหตุว่าแม้คนขับไร้สติแล้ว อาจจะส่งผลให้เป็นผลเสียตามมาได้นั่นเอง

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *